ก่อนที่จะลืมเลือนไปหมดทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอเขียนบันทึกช่วยจำไว้ก่อน
ผมได้เดินทางไปยุโรปด้วยกัน 5 ประเทศ คือ เยอรมันนี (Germany), เชก (Czrch Republic), ฮังการี (Hungary), ออสเตรีย (Austria), และ อิตาลี (Italy)
ที่แรกไม่ได้คิดว้าจะไปถึง 22 วัน แต่ไป ๆ มา ๆ หลาย ๆ อย่างทำให้ trip นี้ยืดไปเป็น 22 วันจนได้ การเดินทางนี้ผมไปกับภรรยาผม จุดประสงค์ก็คือไป honeymoon นั่นเอง เราติดต่อขอเช่ารถและ จองโรงแรมผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั้งซื้อบัตรชมประสาทก็ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกัน
เราออกเดินทางและถึงที่เมือง Munich ประเทศ Germany เช้าวันที่ 28 โดยสายการบินไทย ขาไปสบายมากเพราะได้นั้งชั้นธุรกิจ ทำให้หลับสายจนถึงที่หมาย ผิดกับขากลับ ที่ไปกินกาแฟตอนเช้าก่อนเดินทาง และเป็นเที่ยวบินที่บินจากฝั่ง west ไป east และไม่ได้นอนเลยตลอดการเดินทางกลับ ทำใหเกิดอาการ Jet lag อย่างหนัก ตรงนี้ที่น่าสนใจและได้หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตคือ อาการ jet lag จะเกิดขึ้นหากบินจาก west ไป east ของโลก ถ้าไปอเมริกา jet lag มาก ๆ จะเป็นขาไป ส่วนยุโรป jet lag มาก ๆ คือขากลับ
กลับมาที่การเดินทางต่อ พอมาถึงเยอรมันนี เราก็ทำการมองหาที่เช่ารถ ซึ่งพบว่าอยู่อีกอาคารหนึ่ง เราไม่รีรอที่จะเดินพร้อมลากกระเป๋าไปที่อาคารนั้นทันที เนื่องจาก ไอริส ภรรยาผม ได้วางแผนเที่ยวของวันแรกอย่างแน่นเอียด เรียกได้ว่าพอเครื่องลงปั๊บ เราก็เหมือนเล่นเกมที่ต้องตามหาอะไรซักอย่างตามประเทศต่าง ๆ เหมือนที่ออกฉายทาง UBC กันเลยทีเดียว (จำชื่อเกมไม่ได้)
เราได้เดินลากกระเป๋าสำภาระใหญ่ ๆ คนละ 2 ใบ และกระเป๋าเป้อีกคนละ 1 ใบ
ส่วนผมมี extra bag เป็น Gadget ที่เอามาด้วย เป็น
1. กล้อง Canon DSLR D450
2. กล้องถ่ายวีดีโอ Canon High Def HG10
3.Netbook Lenovo Idealpad S10 สำหรับต่ออินเทอร์เน็ต และนำรูปที่ถ่ายแล้วเอามาลง
4. iPhone พร้อมเปิด Roaming และลงโปรแกรมแปลงค่าเงินสำหรับ 5 ประเทศที่ไป เรียกได้ว่าพอใส่ค่าเงินประเทศไหน มันจะเปรียบเทียบค่าเงินได้หมดในครั้งเดียว
5. Dictionary ที่เป็นเล่ม แปล German – English (ได้ใช้ครั้งเดียว ตอนดูใบเสร็จที่ทานข้าว ว่ามันเป็น service charge หรือ tax กันแน่)
ุ6. อื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น แว่นตาดำ และ แว่นสายตา ไว้ใส่ตอนขับรถ ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วง ลิปมัน เสื้อ jacket ของ Northface แบบกันทุกสภาพอากาศ
7 และตอนหลังได้ซื้อ GPS Navigator เพิ่มขึ้นมา เป็นของ Navigon แสดงแผนที่ทั้งยุโรป
พอมาถึงที่เช่ารถ เราก็มองหาที่เช่าของค่าย Europcar สีเขียว แล้วจัดแจงเข้าคิว หยิบ เอกสารการจอง passport ใบขับขี่สากล และใบขับขี่ที่เมืองไทยตัวจริง มาให้พร้อม
พอมาถึงที่เค้าเตอร์เราก็ยื่นการจอง และรับรถ รถที่เราขอที่แรกขอแบบให้มี navigation แต่เนื่องจากเราเช่าที่เยอรมัน และจะไปคืนที่ออสเตรีย เค้าเลยไม่สามารถให้ได้ เราเลยได้รถ Benz ธรรมดา ๆ รุ่น A180 พอเราได้กุญแจรถพร้อมเอกสารที่บอกว่ารถจอดอยู่ lot ไหน เราจึงต้องแวะร้านหนังสือ เพื่อซื้อแผนที่ยุโรป โชคดีที่ผมได้ print ว่าขับรถจาก airport ไปโรงแรม ต้องเลี้ยวและไปทางไหน จาก Google map มาเผื่อไว้แล้ว ก็ช่วยได้เยอะทีเดียว แต่ก็มีหลงบ้างก่อนจะถึงโรงแรม

หน้า counter ของ Europcar

ถ่ายกับรถนิดนึง

เมื่อมาถึงโรงแรม ดีใจมากที่ขับมาถึง มือขวาถือแผนที่ มือซ้ายชี้ป้ายโรงแรม (บอกเพื่อ?)

หมอนแบบนี้ ก็หลับสบาย (เพราะเหนื่อย หรือเพราะหมอน ก็ไม่รู้)
หลังจากนั้น เราก็ไม่รีรอที่จะ ออกเดินทางสู่ใจกลางเมือง Munich ด้วยรถไฟใต้ดิน น้ำยังไม่ต้องอาบ ข้าวยังไม่ต้องกิน

รถไฟ 1 ขบวน คนขับ 4 คน คนนั้งนับไม่ทัน

มาถึงแล้ว!


วิวที่เค้าบอกว่าสวยนัก สวยหนา ที่ต้องปีนขึ้นบรรได 300 ขั้น มาดูให้ได้

กล้ว (กล้อง) ตก รูปนี้ไอริสบอก พฤกษ์หน้าเหมือนเคน ธีรเดช 5 5 5 +
มาถึงเยอรมัน ก็ต้องกิน เบียร์ ขาหมู ไส้กรอก เยอรมัน:




ขอตั้งชื่อไอ่นี้ว่า Beercycle

นาฬิกาเต้นได้
จริง ๆ แล้ววันแรกเราไปอีกหลายที่เลยในตัวเมือง Munich เช่น The Residence, ตรอกซอกซอยต่าง ๆ, เดินห้างเพื่อหาซื้อ GPS, เข้าชม Church ทั้งหลาย, นั้งดูนาฬิกาเต้นระบำ, กินก๋วยเต๋ยวหน้าร้าน Apple เป็นต้นครับ
[สำหรับตอนที่ 1 พอแค่นี้ก่อนครับ ขอตัวกลับไปทำงานก่อน]
อ่านต่อ ตอนที่ 2 ได้ที่นี่ครับ