HOME | Info Hub | My Gallery

Today is day 10699 days
of Pruek Wiyaporn's life.





Messengers:


My email:

Archive for November, 2009

บันทึกช่วยจำ การเดินทางยุโรปตะวันออก 22 วัน ตอนที่ 2

Posted in General, Thai Language on November 17th, 2009

มาเขียนต่อจากคราวที่แล้ว

เมื่อวันแรกหมดลง ขาก็ล้าสุด ๆ โชคดีที่พก counter pain มาจากเมืองไทย วิธีการที่ขจัดความเมื่อยล้า ช่วงแรก ๆ อาจจะทาแค่ counter pain พอวันถัด ๆ มา เริ่มเอาขาไปแช่น้ำร้อนในอ่าง เพื่อลดอาการบวม วันถัด ๆ มา ก็ต้องมีการผลัดกันนวดขากับไอริสบ้าง อะไรบ้าง ท่านวดก็จำ ๆ มาจากตอนนวดที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าทำให้กล้ามเนื้อคลาย หรือช้ำมากขึ้น วันหลัง ๆ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลงอ่างแช่น้ำร้อนทั้งตัวเลย!

ทริปนี้เราเดินเยอะกันมาก ๆ พอมาถึงวันหลัง ๆ ทำให้เราเริ่มชินกับการเดินนาน ๆ หลายชั่วโมง

อาหารเช้าเราก็กินที่โรงแรม เกือบตลอด 22 วัน มีแค่ที่ Budapest ที่เราไม่ได้กินที่โรงแรม ไอริสคิดขึ้นมาได้ว่า อาหารเช้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ตลอดทั้ง trip เราเลยต้องตื่นเช้ามากินอาหารโรงแรม และได้กินอาหารเดิม ๆ คือ ไข่กวน เบค่อน ไส้กรอก ขนมปัง ซีเรียล โยเกิด และ แฮม คล้ายกันหมดทุกโรงแรม มีทั้งอร่อย และไม่อร่อยปะปนกันไป

วันที่สองของการเดินทางนี้ เราได้มีโอกาสไปปราสาท Neuschwanstein เราใช้เวลาขับรถจาก Munich ไปยังปราสาทนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง ขาไปสงสัยผมไม่ได้เช็คดูที่ navigator ว่าต้องตั้งค่าเป็นแบบ fastest route กลายเป็นว่าค่า default ของมันเป็น shortest route ทำให้ทางที่ขับต้องผ่าน local road และบ้านคน ที่เป็นถนน lane เดียว ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ และคนที่เยอรมันก็แปลกตรงที่ไม่ค่อยชอบเหยียบเบรคกัน ทางที่เจอก็มีคดเคี้ยวลงเขา ขับกันอย่างกับในหนัง James Bond ตอนขับรถกลับนึกได้ เลยเปลี่ยน mode เป็น fast route เลยขับสะดวกปลอดภัยขี้น เพราะใช้ highway เกือบตลอด ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับการขับรถที่เยอรมันมาก เพราะ highway ของเค้าจะไม่ได้กำหนด speed limit เหมือนประเทศอื่น พอพ้นตัวเมืองเมื่อไหร่ ก็เหยียบกันมิดเลย ของเราเป็นรถคันเล็ก ๆ เลยไม่กล้าขับเร็วมาก

car01
ออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมง พร้อมด้วยน้ำขวด กล้อง jacket และ GPS

car02
ขับยังไม่ถึง 160 เลย คนถ่ายมือสั่นซะแล้ว

car03
ลด speed ลงหน่อย มือคนถ่ายจึงหายสั่น

car04
สองข้างทาง

car05
เริ่มเห็นปราสาทไกล ๆ

ปราสาท Neuschwanstein เป็นปราสาทที่ Disney ได้แรงบันดาลใจมาสร้างเป็นประสาทใน Disney เอง น่าเสียดายที่ Luwid King คนที่สร้างและเป็นเจ้าของปราสาทนี้ในสมัยนั้นได้อยู่เพียงแค่ 100 กว่าวันแล้วก็มาตายซะก่อน และเสียดายอีก ที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปภายในปราสาท สาเหตุที่ผมชอบปราสาทนี้ อาจเป็นเพราะความเรียบหรูของมัน ไม่จำเป็นต้องมีลายแกะสลักมากมายเหมือนปราสาทอื่น ๆ

castle01
มองไกล ๆ เหมือน Disney World + แดนเนรมิต

castle02
มาถึงแล้ว!

castle04
ถ่ายจากด้านข้าง กำลังปรับปรุงอยู่

castle05
ทะเลสาบใกล้ ๆ Alpsee มองออกไปเป็นเทือกเขาแอลป์ น้ำใสมาก ถ้าน้ำไม่เย็นจะลงไปแก้ผ้าอาบน้ำเลยทีเดียว

เสร็จจากไปประสาท Neuschwanstein เราก็ไป Wies Church ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สวยมาก ๆ

DSC06922 IMG_8920
ขากลับแวะจอดถ่ายรูป

IMG_8922
วิวที่ถ่าย

wies00
ถนน lane เดียว

wies01

wies02

wies03
Wies Church สวยงามทีเดียว

เราได้พักกินอาหารกลางวันที่ร้านแถว ๆ นั้น ร้านอาหารส่วนใหญ่ในยุโรปจะขายน้ำเปล่าที่มีราคาพอ ๆ กันกับเบีนร์ ผมเลยจำเป็นต้องสั่งเบียร์มากินเช่นเคย
food01
ดื่มเบียร์แทนน้ำ

food02

food03
จะให้มันมาทำไมเยอะแยะนักหนา

food04
อาหารกลางวันยังขนาดนี้ และตอนเย็นจะขนาดไหน?
ตอบ ตอนเย็นกิน sandwich

หลังจากนั้นเราก็แวะสะพาน Brucke Bridge ที่เป็นเสาโค้งทำจากปูน (สะพานเสาโค้งส่วนใหญ่ ทำจากเหล็ก)

bridge

เสร็จเราก็ขับรถกลับ Munich พอถึง Munich เราก็ไป Oktoberfest ต่อครับ
Oktoberfest ไม่ได้เป็นชื่อสถานที่ แต่เป็นชื่อเทศกาล มันเป็นเทศกาลดื่มเบียร์ของคนเยอรมันครับ มีโรงเบียร์เยอะแยะเลย คนก็เมากันตามถนน และก็มีเครื่องเล่นสวนสนุกอีกมากมาย

ถามทางเพื่อไปงาน Oktoberfest ซึ่งการถามทางได้กลายเป็นเรื่องปกติ (ถึงแม้จะรู้ทางก็ต้องถาม)
IMG_8977

oktoberfest01

oktoberfest02

oktoberfest03
ขวดเปล่ามีค่าถึง 1 Euro ถ้าเป็นเมืองไทย กิโลเดียว 6 บาท (ขายให้ซาเล้ง)

ขอจบตอนที่ 2 แค่นี้ครับ (จบกันแบบง่าย ๆ เลย)
อ้อ อ่านย้อนหลังตอน 1 ได้ที่นี่ครับ

บันทึกช่วยจำ การเดินทางยุโรปตะวันออก 22 วัน ตอนที่ 1

Posted in General, Thai Language on November 12th, 2009

ก่อนที่จะลืมเลือนไปหมดทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ ต้องขอเขียนบันทึกช่วยจำไว้ก่อน

ผมได้เดินทางไปยุโรปด้วยกัน 5 ประเทศ คือ เยอรมันนี (Germany), เชก (Czrch Republic), ฮังการี (Hungary), ออสเตรีย (Austria), และ อิตาลี (Italy)

ที่แรกไม่ได้คิดว้าจะไปถึง 22 วัน แต่ไป ๆ มา ๆ หลาย ๆ อย่างทำให้ trip นี้ยืดไปเป็น 22 วันจนได้ การเดินทางนี้ผมไปกับภรรยาผม จุดประสงค์ก็คือไป honeymoon นั่นเอง เราติดต่อขอเช่ารถและ จองโรงแรมผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั้งซื้อบัตรชมประสาทก็ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกัน

เราออกเดินทางและถึงที่เมือง Munich ประเทศ Germany เช้าวันที่ 28 โดยสายการบินไทย ขาไปสบายมากเพราะได้นั้งชั้นธุรกิจ ทำให้หลับสายจนถึงที่หมาย ผิดกับขากลับ ที่ไปกินกาแฟตอนเช้าก่อนเดินทาง และเป็นเที่ยวบินที่บินจากฝั่ง west ไป east และไม่ได้นอนเลยตลอดการเดินทางกลับ ทำใหเกิดอาการ Jet lag อย่างหนัก ตรงนี้ที่น่าสนใจและได้หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตคือ อาการ jet lag จะเกิดขึ้นหากบินจาก west ไป east ของโลก ถ้าไปอเมริกา jet lag มาก ๆ จะเป็นขาไป ส่วนยุโรป jet lag มาก ๆ คือขากลับ

กลับมาที่การเดินทางต่อ พอมาถึงเยอรมันนี เราก็ทำการมองหาที่เช่ารถ ซึ่งพบว่าอยู่อีกอาคารหนึ่ง เราไม่รีรอที่จะเดินพร้อมลากกระเป๋าไปที่อาคารนั้นทันที เนื่องจาก ไอริส ภรรยาผม ได้วางแผนเที่ยวของวันแรกอย่างแน่นเอียด เรียกได้ว่าพอเครื่องลงปั๊บ เราก็เหมือนเล่นเกมที่ต้องตามหาอะไรซักอย่างตามประเทศต่าง ๆ เหมือนที่ออกฉายทาง UBC กันเลยทีเดียว (จำชื่อเกมไม่ได้)

เราได้เดินลากกระเป๋าสำภาระใหญ่ ๆ คนละ 2 ใบ และกระเป๋าเป้อีกคนละ 1 ใบ
ส่วนผมมี extra bag เป็น Gadget ที่เอามาด้วย เป็น
1. กล้อง Canon DSLR D450
2. กล้องถ่ายวีดีโอ Canon High Def HG10
3.Netbook Lenovo Idealpad S10 สำหรับต่ออินเทอร์เน็ต และนำรูปที่ถ่ายแล้วเอามาลง
4. iPhone พร้อมเปิด Roaming และลงโปรแกรมแปลงค่าเงินสำหรับ 5 ประเทศที่ไป เรียกได้ว่าพอใส่ค่าเงินประเทศไหน มันจะเปรียบเทียบค่าเงินได้หมดในครั้งเดียว
5. Dictionary ที่เป็นเล่ม แปล German – English (ได้ใช้ครั้งเดียว ตอนดูใบเสร็จที่ทานข้าว ว่ามันเป็น service charge หรือ tax กันแน่)
ุ6. อื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น แว่นตาดำ และ แว่นสายตา ไว้ใส่ตอนขับรถ ยาแก้แพ้แบบไม่ง่วง ลิปมัน เสื้อ jacket ของ Northface แบบกันทุกสภาพอากาศ
7 และตอนหลังได้ซื้อ GPS Navigator เพิ่มขึ้นมา เป็นของ Navigon แสดงแผนที่ทั้งยุโรป

พอมาถึงที่เช่ารถ เราก็มองหาที่เช่าของค่าย Europcar สีเขียว แล้วจัดแจงเข้าคิว หยิบ เอกสารการจอง passport ใบขับขี่สากล และใบขับขี่ที่เมืองไทยตัวจริง มาให้พร้อม

พอมาถึงที่เค้าเตอร์เราก็ยื่นการจอง และรับรถ รถที่เราขอที่แรกขอแบบให้มี navigation แต่เนื่องจากเราเช่าที่เยอรมัน และจะไปคืนที่ออสเตรีย เค้าเลยไม่สามารถให้ได้ เราเลยได้รถ Benz ธรรมดา ๆ รุ่น A180 พอเราได้กุญแจรถพร้อมเอกสารที่บอกว่ารถจอดอยู่ lot ไหน เราจึงต้องแวะร้านหนังสือ เพื่อซื้อแผนที่ยุโรป โชคดีที่ผมได้ print ว่าขับรถจาก airport ไปโรงแรม ต้องเลี้ยวและไปทางไหน จาก Google map มาเผื่อไว้แล้ว ก็ช่วยได้เยอะทีเดียว แต่ก็มีหลงบ้างก่อนจะถึงโรงแรม

eurocar1 eurocar2
หน้า counter ของ Europcar

eurocar3
ถ่ายกับรถนิดนึง

hotel-europa
เมื่อมาถึงโรงแรม ดีใจมากที่ขับมาถึง มือขวาถือแผนที่ มือซ้ายชี้ป้ายโรงแรม (บอกเพื่อ?)

hotel-europa2
หมอนแบบนี้ ก็หลับสบาย (เพราะเหนื่อย หรือเพราะหมอน ก็ไม่รู้)

หลังจากนั้น เราก็ไม่รีรอที่จะ ออกเดินทางสู่ใจกลางเมือง Munich ด้วยรถไฟใต้ดิน น้ำยังไม่ต้องอาบ ข้าวยังไม่ต้องกิน

metro
รถไฟ 1 ขบวน คนขับ 4 คน คนนั้งนับไม่ทัน

munich1
มาถึงแล้ว!

munich2

munich4
วิวที่เค้าบอกว่าสวยนัก สวยหนา ที่ต้องปีนขึ้นบรรได 300 ขั้น มาดูให้ได้

munich5
กล้ว (กล้อง) ตก รูปนี้ไอริสบอก พฤกษ์หน้าเหมือนเคน ธีรเดช 5 5 5 +

มาถึงเยอรมัน ก็ต้องกิน เบียร์ ขาหมู ไส้กรอก เยอรมัน:
hb1

hb2

hb3

hb4

beercycle
ขอตั้งชื่อไอ่นี้ว่า Beercycle

clock
นาฬิกาเต้นได้

จริง ๆ แล้ววันแรกเราไปอีกหลายที่เลยในตัวเมือง Munich เช่น The Residence, ตรอกซอกซอยต่าง ๆ, เดินห้างเพื่อหาซื้อ GPS, เข้าชม Church ทั้งหลาย, นั้งดูนาฬิกาเต้นระบำ, กินก๋วยเต๋ยวหน้าร้าน Apple เป็นต้นครับ

[สำหรับตอนที่ 1 พอแค่นี้ก่อนครับ ขอตัวกลับไปทำงานก่อน]
อ่านต่อ ตอนที่ 2 ได้ที่นี่ครับ