บันทึกช่วยจำ การเดินทางยุโรปตะวันออก 22 วัน ตอนที่ 2
มาเขียนต่อจากคราวที่แล้ว
เมื่อวันแรกหมดลง ขาก็ล้าสุด ๆ โชคดีที่พก counter pain มาจากเมืองไทย วิธีการที่ขจัดความเมื่อยล้า ช่วงแรก ๆ อาจจะทาแค่ counter pain พอวันถัด ๆ มา เริ่มเอาขาไปแช่น้ำร้อนในอ่าง เพื่อลดอาการบวม วันถัด ๆ มา ก็ต้องมีการผลัดกันนวดขากับไอริสบ้าง อะไรบ้าง ท่านวดก็จำ ๆ มาจากตอนนวดที่เมืองไทย ไม่รู้ว่าทำให้กล้ามเนื้อคลาย หรือช้ำมากขึ้น วันหลัง ๆ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลงอ่างแช่น้ำร้อนทั้งตัวเลย!
ทริปนี้เราเดินเยอะกันมาก ๆ พอมาถึงวันหลัง ๆ ทำให้เราเริ่มชินกับการเดินนาน ๆ หลายชั่วโมง
อาหารเช้าเราก็กินที่โรงแรม เกือบตลอด 22 วัน มีแค่ที่ Budapest ที่เราไม่ได้กินที่โรงแรม ไอริสคิดขึ้นมาได้ว่า อาหารเช้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย ตลอดทั้ง trip เราเลยต้องตื่นเช้ามากินอาหารโรงแรม และได้กินอาหารเดิม ๆ คือ ไข่กวน เบค่อน ไส้กรอก ขนมปัง ซีเรียล โยเกิด และ แฮม คล้ายกันหมดทุกโรงแรม มีทั้งอร่อย และไม่อร่อยปะปนกันไป
วันที่สองของการเดินทางนี้ เราได้มีโอกาสไปปราสาท Neuschwanstein เราใช้เวลาขับรถจาก Munich ไปยังปราสาทนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง ขาไปสงสัยผมไม่ได้เช็คดูที่ navigator ว่าต้องตั้งค่าเป็นแบบ fastest route กลายเป็นว่าค่า default ของมันเป็น shortest route ทำให้ทางที่ขับต้องผ่าน local road และบ้านคน ที่เป็นถนน lane เดียว ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ และคนที่เยอรมันก็แปลกตรงที่ไม่ค่อยชอบเหยียบเบรคกัน ทางที่เจอก็มีคดเคี้ยวลงเขา ขับกันอย่างกับในหนัง James Bond ตอนขับรถกลับนึกได้ เลยเปลี่ยน mode เป็น fast route เลยขับสะดวกปลอดภัยขี้น เพราะใช้ highway เกือบตลอด ผมค่อนข้างตื่นเต้นกับการขับรถที่เยอรมันมาก เพราะ highway ของเค้าจะไม่ได้กำหนด speed limit เหมือนประเทศอื่น พอพ้นตัวเมืองเมื่อไหร่ ก็เหยียบกันมิดเลย ของเราเป็นรถคันเล็ก ๆ เลยไม่กล้าขับเร็วมาก

ออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมง พร้อมด้วยน้ำขวด กล้อง jacket และ GPS

ขับยังไม่ถึง 160 เลย คนถ่ายมือสั่นซะแล้ว

ลด speed ลงหน่อย มือคนถ่ายจึงหายสั่น
ปราสาท Neuschwanstein เป็นปราสาทที่ Disney ได้แรงบันดาลใจมาสร้างเป็นประสาทใน Disney เอง น่าเสียดายที่ Luwid King คนที่สร้างและเป็นเจ้าของปราสาทนี้ในสมัยนั้นได้อยู่เพียงแค่ 100 กว่าวันแล้วก็มาตายซะก่อน และเสียดายอีก ที่เค้าไม่ให้ถ่ายรูปภายในปราสาท สาเหตุที่ผมชอบปราสาทนี้ อาจเป็นเพราะความเรียบหรูของมัน ไม่จำเป็นต้องมีลายแกะสลักมากมายเหมือนปราสาทอื่น ๆ

มองไกล ๆ เหมือน Disney World + แดนเนรมิต

มาถึงแล้ว!

ถ่ายจากด้านข้าง กำลังปรับปรุงอยู่

ทะเลสาบใกล้ ๆ Alpsee มองออกไปเป็นเทือกเขาแอลป์ น้ำใสมาก ถ้าน้ำไม่เย็นจะลงไปแก้ผ้าอาบน้ำเลยทีเดียว
เสร็จจากไปประสาท Neuschwanstein เราก็ไป Wies Church ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สวยมาก ๆ

ขากลับแวะจอดถ่ายรูป

วิวที่ถ่าย

เราได้พักกินอาหารกลางวันที่ร้านแถว ๆ นั้น ร้านอาหารส่วนใหญ่ในยุโรปจะขายน้ำเปล่าที่มีราคาพอ ๆ กันกับเบีนร์ ผมเลยจำเป็นต้องสั่งเบียร์มากินเช่นเคย

ดื่มเบียร์แทนน้ำ


จะให้มันมาทำไมเยอะแยะนักหนา

อาหารกลางวันยังขนาดนี้ และตอนเย็นจะขนาดไหน?
ตอบ ตอนเย็นกิน sandwich
หลังจากนั้นเราก็แวะสะพาน Brucke Bridge ที่เป็นเสาโค้งทำจากปูน (สะพานเสาโค้งส่วนใหญ่ ทำจากเหล็ก)
เสร็จเราก็ขับรถกลับ Munich พอถึง Munich เราก็ไป Oktoberfest ต่อครับ
Oktoberfest ไม่ได้เป็นชื่อสถานที่ แต่เป็นชื่อเทศกาล มันเป็นเทศกาลดื่มเบียร์ของคนเยอรมันครับ มีโรงเบียร์เยอะแยะเลย คนก็เมากันตามถนน และก็มีเครื่องเล่นสวนสนุกอีกมากมาย
ถามทางเพื่อไปงาน Oktoberfest ซึ่งการถามทางได้กลายเป็นเรื่องปกติ (ถึงแม้จะรู้ทางก็ต้องถาม)



ขวดเปล่ามีค่าถึง 1 Euro ถ้าเป็นเมืองไทย กิโลเดียว 6 บาท (ขายให้ซาเล้ง)
ขอจบตอนที่ 2 แค่นี้ครับ (จบกันแบบง่าย ๆ เลย)
อ้อ อ่านย้อนหลังตอน 1 ได้ที่นี่ครับ







